8 ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยในห้องครัว

ห้องครัว

ภาพประกอบบทความ 8 ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยในห้องครัว

8 ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยในห้องครัว

เมื่อคุณจะออกแบบห้องครัวใหม่ ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ ในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายควบคุมการออกแบบห้องครัวมากกว่าห้องอื่นๆในบ้าน สาเหตุก็คือห้องครัวเป็นที่ที่สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย The National Kitchen and Bath Association (NKBA) ได้เสนอขั้นตอนในการออกแบบห้องครัวโดยคำนึงถึงความปลอดภัยไว้ดังนี้

1. ใช้ไฟอย่างเหมาะสม

ใช้หลอดไฟที่มีคุณภาพ ติดตั้งอยู่ในที่ๆ เหมาะสมที่สามารถส่องแสงให้สว่างทั่วบริเวณที่ทำครัววิธีนี้สามาร่วงลดลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ ในระหว่างการเตรียมอาหารได้อย่างมากอย่างไรก็ตามไฟที่ใช้ ไม่ควรให้มีแสงจ้ามากเกินไปหรือเกิดเงาบนพื้นผิว

2. ใช้พื้นป้องกันการลื่น
การหกล้มขณะที่ถือหม้อร้อนๆ หรือมีดคมๆ อยู่ในมือ เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ดังนั้นควรป้องกันด้วย
การปูพื้นด้วยวัสดุป้องกันการลื่น เช่น ไม้ผิวด้าน (Matte-finished wood) หรือลามิเนต, textured vinyl หรือกระเบื้องเซรามิกส์แบบ Soft-glazed แต่ถ้าคุณใช้กระเบื้อง ก็ควรจะใช้พรมพื้นเล็กๆ ที่ด้านหลังของมันไม่ลื่นหรือยึดติดกับพื้นได้ดีไปวางไว้แถวๆ บริเวณที่พื้นเปียกบ่อยๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวของคุณ

3. มีถังดับเพลิง

NKBA ชี้ว่าควรมีถังดับเพลิงอยู่บริเวณทางออกห้องครัว ให้อยู่ห่างจากครื่องครัวและสูงเหนือพื้น 15-48 นิ้ว

4. ติดตั้งสวิตซ์ไฟและหลอดไฟให้อยู่ห่างจากน้ำและมือเปียกๆ

กฎหมายก่อสร้างอาคารของสหรัฐอเมริกากำหนดว่า จะต้องติดตั้งสายดินให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า
เพราะมันทำหน้าที่ตัดไฟ เมื่อกระแสไฟฟ้ามากเกินไปหรือเมื่อมีความชื้น นอกจากนี้ NKBA ยังเสนอว่า
เครื่องควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในหองครัวที่ติดอยู่ที่กำแพงห้องนั้น (wall-mounted control) ควรจะอยู่สูงจากพื้น 15-48 นิ้ว

5. เครื่องมือทำครัวควรมีฟังก์ชั่นล๊อกจากภายนอก

ปัจจุบันนี้เครื่องครัว โดยเฉพาะพวก เตาอบและเครื่องล้างจานจะสามารถล๊อกป้องกันไม่ให้เด็กๆ ใช้งานซึ่งจะทำให้คุณวางใจได้เลยว่าจะไม่มีใครสามารถใช้มันได้ถ้าคุณไม่อยู่ ซึ่งสามารถทำได้ 2 ทางคือทำตัวล๊อกมาครอบไว้หรือใช้โปรแกรมล๊อก

6. ควบคุมอุณหภูมิน้ำและเครื่องมือต่างๆ

ติดตั้งก๊อกน้ำพร้อมกับวาล์วควบคุมระดับการไหลของน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำร้อนเกินจนเกิดอันตรายได้หรือซื้อวาล์วควบคุมความดันที่ช่วยเกลี่ยน้ำร้อนและน้ำเย็น และก๊อกน้ำก็สามารถตั้งโปรแกรมให้ตั้งอุณหภูมิตามต้องการได้ (ระบบน้ำแบบนี้ไม่ค่อยใช้แพร่หลายในประเทศไทย)

7. ออกแบบเตาให้ปลอดภัย

ไม่ควรตั้งหน่วยควบคุมไว้ด้านหลังเครื่องใช้ ควรตั้งที่ด้านหน้าหรือด้านข้างจะดีกว่า

8. ใช้พื้นที่อย่างปลอดภัย

ต้องคิดถึงว่าเดินผ่านไปผ่านมาในห้องครัวว่าจะเป็นอย่างไรและต้องแน่ใจว่าคนเดินไปเดินมาจะไม่ไปเกะกะบริเวณทำครัว ให้ตั้งไมโครเวฟให้สูงจากพื้นราว 24-48 นิ้วเพราะเราจะไม่ต้องเอื้อมเวลาหยิบอาหารออกจากเตา ถาดและกล่องแบบ Slide-out ที่ชั้นล่างของของตู้ทำให้สามารถหาเก็บของได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น และสุดท้ายนี้ ต้องหลีกเลี่ยงมุมแหลมๆ ที่ Counter โดยออกแบบ มุม Counter ให้มนๆ แทน

Posted in ออกแบบห้องครัว | Tagged , , , | Leave a comment

เลือกบริษัทรับเหมาตกแต่งห้องครัวอย่างไรไม่ให้เสียรู้

ห้องครัว

ภาพประกอบบทความ เลือกบริษัทรับเหมาตกแต่งห้องครัวอย่างไรไม่ให้เสียรู้

เลือกบริษัทรับเหมาตกแต่งห้องครัวอย่างไรไม่ให้เสียรู้

ทางเลือกที่ดีสุดคือ ถามเพื่อนและญาติพี่น้องว่าใช้บริการจากใคร ถ้าคุณจ้าง designer หรือ สถาปนิกแล้วก็ให้ลองของคำแนะนำจากเขาดูด้วย คำถามที่ควรถามผู้รับเหมาก่อนการตกลงจ้างงาน เมื่อคุณมีรายชื่อบริษัทบางแห่งแล้ว คุณจะต้องคัดเลือกเบื้องต้นเพื่อตัดตัวเลือกบางตัวออกไป ให้คุณถามบริษัทในลิตส์ด้วยคำถามเหล่านี้

1. คุณอยู่ในธุรกิจห้องครัวนี้มานานขนาดไหน
2. คุณมีบริการออกแบบห้องครัวหรือไม่ ถ้าไม่มีแล้วคุณเคยได้ร่วมงานกับ designer หรือ สถาปนิกบ้างหรือไม่
3. ทั่วไปแล้วบริษัทคุณรับงานแบบไหนบ่อยสุด
4. คุณเป็นลูกจ้าง ลูกน้อง หรือเป็นผู้รับเหมาช่วง (subcontractor) หรือไม่
5. ขอรายซื่อลูกค้าของคุณไว้อ้างอิงได้หรือไม่
6. คุณใช้ ซื้อของหรือวัสดุจาก เจ้าไหน
7. คุณมีโบรชัวร์ เว็บไซต์ หรือสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวกับห้องครัวหรือไม่
8. ฉันจะติดต่อคุณหรือจะนัดคุณได้อย่างไร
9. การชำระเงินจะชำระอย่างๆไร (ระวังอย่างให้เงินที่เราจ่ายไปมีมูลค่าสูงกว่าค่างานที่ทำไปมาก )

เราแนะนำให้คุณทำตาม checklist นี้ก่อนที่จะจ้าง ผู้รับเหมา
• วางแผนโปรเจกต์ห้องครัวตั้งแต่ต้นจนจบ
• อธิบายถึงความต้องการของคุณอย่างละเอียด
• อนุมัติแบบแปลนทางสถาปัตย์ที่เกี่ยวข้องก่อนลงมือทำ
• เทียบราคาก่อนจ่ายเงิน
• คุยกันในรายละเอียดให้รอบคอบกับ contractor แต่ละเจ้า

Posted in บทความแนะนำ, ออกแบบห้องครัว | Tagged , , | Leave a comment

แบบห้องครัวที่นิยม

ห้องครัว

ภาพประกอบบทความ แบบห้องครัวที่นิยม

แบบห้องครัวที่นิยม

ในการทำอาหารในห้องครัวนั้น จะมีรูปแบบการทำงานเป็น 3 ด้าน (Work triangle) เป็นแบบที่จะเชื่อมอ่างล้างจาน เตา และตู้เย็น เข้าด้วยกัน Work triangle นี้ เป็นสืงสำคัญของห้องครัว มีการศึกษาแล้วว่าห้องครัวที่มีประสิทธิภาพดี จุดทั้ง 3 ของ Work triangle รวมแล้วจะมีระยะราว 12 ฟุตแต่ก็จะไม่เกิน 23 ฟุต และแน่นอนว่ารูปทรงพื้นฐานและขนาดของห้องครัวมีผลต่อรูปแบบ และขนาดของ work triangle ที่เหมาะสม

แบบรูปตัว U: ในลักษณะนี้จะจัดให้ เตา, ตู้เย็น, และอ่าง อยู่ติดผนังแต่ละด้าน เป็นแบบที่ใช้เนื้อที่น้อย ทำให้ขณะเตรียมอาหารคุณไม่ต้องเดินมาก เหมาะกับการจัดให้อ่างอยู่ตรงกลางตัว U และให้ตู้เย็นอยู่ที่ปลายด้านหนึ่งของ Counter รูปแบบ U-shape เหมาะ กับห้องครัวที่เกือบจะหรือจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส หรือในห้องที่คุณต้องการให้ฝั่งที่กว้างกว่าเป็นพื้นที่ทำครัว พร้อมกับพื้นที่ภายในของตัว U ที่อาจหันหน้าเข้าหาห้องนั่งเล่น หรือห้องทานอาหารได้

แบบรูปตัว L: รูปแบบนี้จะใช้ผนัง 2 ด้านชองห้องครัว และมักจะให้ตู้เย็นอยู่ที่ปลายฝั่งยาวของตัว L อ่างจะอยู่ตรงกลางของผนังฝั่งเดียวกันนั้น และตั้งฉากกับเตาที่อยู่ในด้านสั้นของตัว L ครัวรูปแบบตัว L นี้มักจะมีผนังด้านที่ยาวกว่าที่หันเข้าหาห้องอื่นๆ จึงต่างกับแบบ U-shape การเดินไปมาจะไม่เป็นการรบกวน work triangle เพราะมันใช้ผนังแค่ 2 ด้านและมี work triangle ค่อนข้างจะยาวและแคบจึงมีพื้นที่เปิดอยู่เยอะ รูปแบบนี้เหมาะกับห้องครัวใหญ่ๆที่ห้องครัวและห้องนั่งเล่นใช้พื้นที่ร่วมกัน การเพิ่มพื้นที่ Counter อาจทำให้ปลายขาของตัว L ยาวขึ้น

แบบรูปตัว G: รูปแบบนี้จะมีเครื่องใช้ 2 ชิ้นอยู่ที่มุมผนังแต่ละด้าน และเครื่องใช้ที่ 3 จะอยู่ที่จุดกึ่งกลาง (peninsula) และยังช่วยในการแยกส่วนทำอาหารกับส่วนทานอาหารหรือห้องนั่งเล่นออกจากกัน ถ้าคุณกังวลเรื่องการวางเตาไว้ที่ Peninsula เพราะ อาจเกิดอันตรายเนื่องจากเป็นตำแหน่งที่เข้าง่าย คุณสามารถย้ายอ่างล้างจานมาไว้ที่ตำแหน่งนี้แทนได้ ส่วนเตาก็สามารถย้ายไปที่กำแพงฝั่งใดฝั่งหนึ่งของครัวได้เลย หรือคุณอาจวางเตาไว้ที่ peninsula แล้วสร้างระยะปลอดภัย (Safety margin) โดยการทำให้ Peninsula เป็นชั้นๆขึ้นไป (Tiered affair) และให้เตาอยู่ต่ำกว่าระดับของชั้น serve อาหารอย่างน้อย 6 นิ้ว

ไม่ว่าคุณจะวางแผนไว้อย่างไร ถ้าเป็นได้ควรให้อ่างล้างจานอยู่กลาง เพราะเราใช้มันบ่อยกว่าตู้เย็นหรือว่าเตา ถ้าคุณให้มันอยู่บนกำแพงฝั่งเดียวกับเตาและจัดตำแหน่งให้มันอยู่ตรงกลางได้ คุณจะลดปัญหาเรื่องน้ำหยดลงพื้นได้มาก ส่วนตู้เย็นนั้นวางในตำแหน่งที่หันด้านประตูเข้า Work triangle

อย่าลืมเว้นระยะห่างของเครื่องมือแต่ละชนิดบน Counter เพราะเมื่อคุณไปจับจ่ายข้าวของกลับมาแล้วคุณคงอยากจะวางของเปียกไว้ใกล้ๆ อ่างล้าง จานหรือวางถุงอื่นๆ ไว้ใกล้ตู้เย็น และมันสำคัญมาก พื้นที่ระหว่างอุปกรณ์อย่างน้อยควรจะกว้าง 18 นิ้ว และที่แนะนำคือ 24-36 นิ้ว ถ้าคุณใช้ Counter ที่ผิวด้านบนเป็นแบบลามิเนต ให้ใช้วัสดุทนความร้อนเช่นกระเบื้องเซรามิกเพื่อให้มีที่วางของร้อนใกล้ๆ กับเตา

Posted in ออกแบบห้องครัว | Tagged , , , | Leave a comment

วิธีกำจัดมดและแมลงสาบในห้องครัว

วิธีกำจัดมดและแมลงสาบในห้องครัว

กำจัดหมดในห้องครัว

กำจัดหมดในห้องครัว

ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวแบบใด มักจะหนีปัญหาเรื่องมดที่ชอบมาเดินยั๊วเยี๊ยมากมายภายในห้องครัว ไต่ตอมอาหาร ถ้วยชาม อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งสร้างความรำคาญให้เจ้าของไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ร้ายไปกว่านั้นก็จะมีห้องครัวบางบ้านนอกจากจะมีเจ้ามดตัวน้อยเดินสวนสนามกันแล้ว ยังมีแมลงสาบเข้ามาเพ่นพ่านในห้องครัวอีก ยิ่งสร้างความลำบากใจหนักไปกว่าเดิม เพราะนอกจากจะทำให้ห้องครัวสกปรกแล้วยังเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งจะมีโอกาสแพร่เข้าสู่ร่างกายคนในบ้านได้ง่าย แต่ก็กำจัดได้ไม่ยาก เพียงแค่ใช้สเปรย์ฆ่ามดหรือสเปรย์ฆ่าแมลงฉีดพ่น มดและแมลงสาบก็จะตาย แต่ถ้าเจ้ามดกับแมลงสาบมีปริมาณที่เยอะ อยู่กระจัดกระจายหลายที่ การที่จะใช้สารเคมีฉีดพ่น อาจจะฟุ้งกระจายไปติดอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆได้ อาจจะเป็นอันตรายต่อคนที่สัมผัส สูดดม หรือทานเข้าไป ดังนั้นเราจึงมีวิธีการกำจัดมดและแมลงสาบแบบไร้สารเคมี โดย ให้นำน้ำส้มสายชูเทใส่ในถ้วย นำผ้าชุปน้ำส้มสายชู นำไปเช็ดบริเวณทางเดินมดและแมลงสาบ รวมถึงบริเวณอื่นๆด้วยก็จะดีที่สุด รับรองว่ามดจะไม่กลับมาแน่นนอน  ในกรณีที่พบรังมด ให้นำน้ำที่แช่หน่อไม้หรือหน่อไม้ดองเปรี้ยวราด มดจะอพยพไปที่อื่นทันที แต่ถ้ามีความต้องการที่จะกำจัดให้สิ้นซากให้ใช้การบูรและยาสูบปริมาณเท่ากัน นำไปต้มให้เดือด จากนั้นเอาไปราดที่รังมด มดก็จะตายยกรัง และไม่กลับมาทำรังอีกต่อไป จะเห็นได้ว่าวิธีการกำจัดมดและแมลงสาบ จะมีทั้งวิธีที่ใช้สารเคมีและไม่ใช้สารเคมีก็ได้ ดังนั้นเราควรพิจารณาตามความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อตัวเราเองและคนในบ้าน

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Leave a comment

วิธีกำจัดคราบในห้องครัวด้วยเบคกิ้งโซดา

วิธีกำจัดคราบในห้องครัวด้วยเบคกิ้งโซดา

กำจัดคราบในห้องครัว

กำจัดคราบในห้องครัว

ของธรรมดาอย่างเบคกิ้งโซดาที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยทราบถึงประโยชน์ของเบคกิ้งโซดาว่ามีมากมายขนาดไหน แท้จริงแล้วในเรื่องการทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆที่ติดอยู่กับภาชนะในห้องครัวของคุณ เบคกิ้งโซดา คือสิ่งที่สามารถช่วยคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เช่น คราบอาหารที่ติดอยู่บนหม้อเคลือบสีขาว สามารถทำความสะอาดได้โดย การนำเบคกิ้งโซดาเทลงในน้ำร้อน ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที  จากนั้นก็ล้างหม้อให้สะอาด หรือจะใช้เบคกิ้งโซดาโรยลงบนหม้อและขัดทำความสะอาดก็ได้ ส่วนหม้อหรือกระทะที่เป็นทองแดง ทำความสะอาดได้โดยการโรยเบคกิ้งโซดาลงตรงสิ่งสกปรกตามด้วยน้ำส้มสายชูขัดด้วยเปลือกมะนาว ก็จะทำให้คราบสกปรกออกอย่างง่ายดาย กระทะแบบเคลือบเทฟล่อน บางครั้งถ้ายังมีเศษอาหารติดอยู่ การใช้ใยขัดเทฟล่อนอาจจะหลุดล่อน เป็นรอยขูดขีดได้ ให้ต้มน้ำผสมกับเบคกิ้งโซดา แช่กระทะทิ้งไว้สักพัก เศษอาหารก็จะหลุดออกมา รวมถึงกลิ่นก็จะจางหายไป กระทะที่มีอาหารไหม้แห้งติดอยู่ให้โรยเบคกิ้งโซดา จากนั้นนำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำร้อนเทลงตรงเบคกิ้งโซดา จนเกิดฟองฟู่ แล้วคราบไหม้เกรียมก็จะอ่อนตัว ก็จะทำให้ขัดออกได้ง่ายขึ้นเลยทีเดียว เบคกิ้งโซดาช่วยขจัดคราบไขมันที่ติดตรงท่ออ่างล้างจาน โดยโรยเบคกิ้งโซดาลงไป ต้มนำร้อนเทตามไปไขมันอุดตันก็จะหลุดออกหมด ขจัดกลิ่นเหม็นของท่อระบายน้ำล้างจาน โดยเทเบคกิ้งโซดาลงในท่อ จากนั้นเทน้ำส้มสายชูตามกลิ่นเหม็นก็จะหมดไป ขจัดกลิ่นเหม็นในตู้เย็นและตู้กับข้าวได้ด้วย การเทเบคกิ้งโซดาแล้วไปวางไว้ในตู้เย็นหรือตู้กับข้าวกลิ่นก็จะหายไป

จะเห็นได้ว่าเบคกิ้งโซดานั้นสามารถใช้ทำความสะอาดได้อย่างมากมาย ดังนั้น ทุกครัวควรจะมีเบคกิ้งโซดาติดครัวไว้ เผื่อเมื่อใดต้องการใช้กำจัดคราบ เบคกิ้งโซดาจะได้ช่วยท่านอย่างทันท่วงที

Posted in บทความแนะนำ | Tagged , , | Leave a comment

วิธีกำจัดกลิ่นในห้องครัว

วิธีกำจัดกลิ่นในห้องครัว

วิธีกำจัดกลิ่นในห้องครัว

วิธีกำจัดกลิ่นในห้องครัว

ห้องครัวของแต่ละบ้าน เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ มีการประกอบอาหารบ่อยๆ ทั้งเตา ตู้ อุปกรณ์ภาชนะต่างๆ ย่อมต้องมีกลิ่นที่ฝังลึก รวมถึงคราบฝังลึก จึงเป็นสาเหตุให้เราไม่อยากใช้งานอีกต่อไป และอาจจะเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคได้ อาจทำให้เราได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไม่ทันรู้ตัว แต่ก็มีวิธีกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้โดย

  1. ถ้าเป็นกลิ่นบูดถ้วยชาม ให้ล้างทำความสะอาดจากนั้นนำไปผึ่งแดดผึ่งลมให้แห้งก่อนเก็บเข้าตู้ แต่ถ้าเป็นกลิ่นที่ติดทนนานให้นำสารส้มกับเกลือผสมกันแล้วใส่ลงไปในน้ำร้อน นำถ้วยชามแช่น้ำร้อนรอจนน้ำเย็นค่อยนำมาล้างทำความสะอาดอีกครั้ง
  2. กลิ่นอับในตู้กับข้าว ใช้ปูนขาวใส่ในถ้วยเล็กๆวางไว้ในตู้กับข้าว จะช่วยให้กลิ่นจางหายไป เนื่องจากปูนขาวจะช่วยดูดกลิ่นให้ใส่ไว้ในตู้กับข้าว ทิ้งไว้เป็นเวลา 1-2 วันถึงจะเปลี่ยนใหม่
  3. กลิ่นอับในห้องครัว ให้ใช้ผงกาแฟโรยบนเตาให้เกิดควัน ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท กลิ่นก็จะจางหายไป ถ้าไม่มีกาแฟให้ใช้เกลือป่นหรือผงถ่านละเอียดโรยตามบริเวณที่มีกลิ่น
  4. กลิ่นเหม็นในขวดน้ำ ให้กรอกน้ำอุ่นใส่ลงในขวด เทเบกกิ้งโซดาลงไปในขวด ทิ้งไว้ 5-6 ชั่วโมง กลิ่นก็จะหายไป
  5. กลิ่นคาวในตู้เย็น  ใช้ถ่านบรรจุในภาชนะตั้งไว้ในตู้เย็น ถ่านจะช่วยดูดซับกลิ่นให้จางหายไป ควรเปลี่ยนถ่านเดือนละครั้ง
  6. กลิ่นอาหารในไมโครเวฟ ใช้ใบชาใส่น้ำประมาณ 1 ถ้วย วางไว้ในเตาไมโครเวฟ จากนั้นเปิดทำงานไมโครเวฟให้น้ำร้อนพอดีแล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง กลิ่นก็จะจางหายไป
Posted in บทความแนะนำ | Tagged , , , , , , | Leave a comment

วิธีการเลือกและดูแลเครื่องครัวอย่างถูกวิธี

วิธีการเลือกและดูแลเครื่องครัวอย่างถูกวิธี

การเลือกเครื่องครัว

การเลือกเครื่องครัว

ภายในห้องครัวของแต่ละบ้านนั้นย่อมมีอุปกรณ์เครื่องครัวอยู่มากมายหลายชนิดด้วยกัน การใช้อุปกรณ์เครื่องครัวให้เหมาะสมในการประกอบอาหารนั้นๆ จะช่วยให้มีความสะดวก รวดเร็วในการประกอบอาหาร อีกทั้งยังสามารถทำให้อาหารมีรสชาติที่อร่อย เพราะฉะนั้น เราจึงควรต้องรู้จักวิธีการเลือกใช้เครื่องครัวให้เหมาะสมกับการประกอบอาหารไปจนถึงวิธีการดูแลรักษาเครื่องครัว เพื่อให้เครื่องครัวมีความคงทนและสามารถใช้ได้นานหลายปี

  1. หม้อ มีหลายชนิด เช่น หม้อสแตนเลส หม้อเคลือบ หม้อแก้วทนไฟ เป็นต้น หม้อสแตนเลสใช้ในการประกอบอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงได้และสามารถเก็บความร้อนได้นาน ทำความสะอาดง่าย หม้อเคลือบใช้สำหรับอาหารที่มีรสเปรี้ยว หม้อแก้วทนไฟใช้ในการตุ๋นอาหาร ทำความสะอาดง่าย หม้อดินใช้ในการประกอบอาหารประเภทแกง ขนมไทย ขนมจีนก็ได้
  2. กระทะ มีหลายแบบ เช่น กระทะเหล็ก กระทะสแตนเลส กระทะเทฟล่อน เป็นต้น กระทะสแตนเลสจะฉาบด้วยทองเหลือง เพื่อให้ความร้อนที่เร็ว กระทะเหล็ก กระทะจะร้อนเร็ว ทำความสะอาดได้ง่าย กระทะเทฟล่อน ต้องใช้ตะหลิวเป็นไม้หรือพลาสติกทนความร้อน ห้ามใช้โลหะ เพราะจะขูดสารที่เคลือบไว้ให้หลุดล่อน ทำความสะอาดง่าย โดยใช้ฟองน้ำล้างจนสะอาด คว่ำไว้ให้แห้ง
  3. ครก มีอยู่ 3 อย่าง คือ ครกหิน ครกดิน ครกไม้ ครกหิน เหมาะแก่การตำเครื่องแกงชนิดต่างๆ สามารถตำให้ละเอียดได้ไว แต่มีข้อควรระวัง คือ ห้ามบีบมะนาวใส่ลงไปในครกหินโดยตรง เพราะน้ำมะนาวซึ่งมีความเปรี้ยวจะไปทำปฏิกิริยากับหิน ทำให้หินผุกร่อน และปนในอาหาร เมื่อทานอาหารเข้าไปบ่อยๆ อาจเกิดการสะสม และเป็นอันตรายได้ ครกหิน เหมาะแก่การใช้ตำส้มตำหรือตำน้ำพริกได้ แต่จะไม่ละเอียดเท่าครกหิน ครกไม้ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะน้ำหนักเบา เวลาตำเครื่องแกงต้องใช้แรงในการตำให้แรง ละเอียดช้าดู แลรักษายาก เพราะถ้าปล่อยให้ครกไม้เปียก หรือมีความชื้นเป็นเวลานานๆก็อาจทำให้ครกขึ้นราได้
  4. มีด มีทั้งทำจากสแตนเลส เหล็ก และทองเหลือง เช่นมีดอีโต้ เป็นมีดขนาดใหญ่ใช้ในการสับเนื้อในปริมาณมาก เนื้อชิ้นใหญ่ มีดปลายแหลม เป็นมีดที่ใช้หั่นผักหรือปอกผลไม้มีขนาดเล็ก ทำความสะอาดง่าย ไม่เปลืองพื้นที่เก็บ มีดเวลาใช้ไปนานๆ ก็จะหมดคม ดังนั้น นอกจากจะทำความสะอาดแล้ว ควรจะลับคมมีดให้เป็นประจำด้วย
  5. เขียง มีทั้งที่ทำจากไม้และทำจากพลาสติก เขียงไม้เหมาะสำหรับใช้หั่นเนื้อ เขียงพลาสติก เหมาะสำหรับซอยพริกและผักต่างๆ วิธีการทำความสะอาดเขียงไม้ ก่อนอื่นต้องขูดเอาเศษเนื้อที่ติดอยู่บนเขียงออกก่อน จากนั้นค่อยล้างให้สะอาด ส่วนเขียงพลาสติกสามารถใช้ฟองน้ำทำความสะอาดได้เลย ที่สำคัญคือ หลังจากล้างเครื่องครัวทุกชนิด ควรนำมาผึ่งแดด ผึ่งลมให้แห้งก่อนเก็บเข้าตู้ เพื่อป้องกันเรื่องความชื้น และเชื้อโรคต่างๆ
Posted in เครื่องครัว | Tagged , , | Leave a comment

วิธีการเลือกซื้อและวิธีดูแลรักษาไมโครเวฟ

วิธีการเลือกซื้อและวิธีดูแลรักษาไมโครเวฟ

วิธีดูแลรักษาไมโครเวฟ

วิธีดูแลรักษาไมโครเวฟ

ไมโครเวฟคืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวที่แทบจะทุกบ้านจำเป็นจะต้องเลือกซื้อติดครัวไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบอาหาร การถนอมอาหาร การอุ่นอาหาร โดยมีวิธีการเลือกซื้อดังนี้ (1.) ไมโครเวฟที่เลือกซื้อนั้นจะต้องสามารถอบเกรียม ละลายน้ำแข็งได้ และที่สำคัญควรที่จะมีอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิในอาหารได้ (2.) ควรเลือกซื้อไมโครเวฟที่มีขนาดและพลังงานไฟฟ้าตรงกับความต้องการมากที่สุด (3.)ไมโครเวฟควรจะทำให้อาหารสุกเกรียมได้เลยจะดีที่สุด อย่าเลือกเพียงแค่ให้ความร้อนเพียงอย่างเดียว (4.)หากไมโครเวฟมีความจุที่เท่ากัน ควรเลือกรุ่นที่กินกำลังไฟน้อยจะดีที่สุด วิธีการดูแลรักษารวมไปถึงวิธีการใช้อย่างถูกต้อง ควรจะทำความสะอาดไมโครเวฟทุกครั้งหลังจากที่มีการใช้งาน ถ้าใช้อุ่นอาหารที่มีกลิ่นแรง หลังจากอุ่นเสร็จควรเปิดฝาไมโครเวฟทิ้งไว้สักพัก รอให้กลิ่นในไมโครเวฟจางหายไปก่อน ถ้าปิดฝาทันทีหลังใช้จะทำให้กลิ่นติดไมโครเวฟ จะเป็นปัญหาในตอนอุ่นอาหารในครั้งต่อไป ควรตั้งเวลาให้เหมาะสมกับปริมาณและประเภทของอาหาร ไมโครเวฟที่ดีควรมีเครื่องตัดไฟอัตโนมัติ ในกรณีที่ไฟรั่ว ไฟช๊อตจะได้ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเรา ภาชนะที่ใส่ในการอุ่นอาหาร ควรเป็นภาชนะที่ใช้สำหรับอุ่นอาหารในไมโครเวฟโดยเฉพาะ เพราะทนความร้อนได้ดี ไม่ควรนำวัสดุที่เป็นโลหะเข้าไปในไมโครเวฟ ไม่ควรนำอาหารที่บรรจุในถุงสุญญากาศเข้าไปในไมโครเวฟเพราะอาจจะเกิดการระเบิดได้ ควรใส่ถุงมือทุกครั้งที่นำภาชนะออกจากเตาไมโครเวฟ

Posted in เครื่องครัว | Tagged , , , | Leave a comment